Home
   News
   Assignment
   Webboard
   Housetour
   SMS Service
   BB อุปถัมภ์

 
 


 

รายงานความเคลื่อนไหวภารกิจพิเศษ "ความในใจ" เปิดใจสมาชิกทุกคน
วันที่ 21 เมษายน 2549 : 22.00 น.

Big Brother มอบภารกิจพิเศษ "ความในใจ" ให้สมาชิกทุกคนเปิดเผยความในใจต่อ BIG BROTHER ทั่วโลก ตามประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. อะไรคือสิ่งที่คุณกังวลไม่อยากให้ BIG BROTHER ทั่วประเทศ เข้าใจว่าคุณเป็นคนเช่นนั้น

2. เมื่อคุณเดินออกจากบ้าน และได้รับรู้ข้อเสียของตัวเองจาก มุมมองของ BIG BROTHER ทั่วประเทศ ซึ่งคุณคิดว่าคุณไม่ได้ เป็นคนเช่นนั้น คุณจะรู้สึกอย่างไร จะทำตัวอย่างไร และจะอธิบาย ต่อทุกคนอย่างไร



ติ๊ก
: ตอนแรกๆ ที่มาได้อยูบ้านหลังนี้ เรายังไม่รู้จักใคร แต่พอรู้จักคนคนแล้ว ก็รู้ว่าทุกคนรับตัวตนเราได้ คือตอนแรกที่เดินเข้ามาไม่ได้สนิทกับทุกคน ไม่สามารถเล่นกับทุกคนได้ แต่เมื่อเราอยู่ด้วยกัันนานขึ้น ความสนิทของพวกเราก็มากขึ้น เราเริ่มเปิดใจกันมากขึ้น และติ๊กก็รู้ว่า จะเล่นกับพี่โอ้ เราเล่นได้ขนาดไหน และกับป๋า เล่นได้ขนาดไหน ติ๊กก็เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้ รู้ว่าตัวเองก็รั่วๆ และปัจจุบันนี้ก็คือตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่ติ๊กกังวลก็คือ ทุกคนต้องการให้มีคนรัก แต่ในจุดมุมมองของติ๊ก รู้ว่าจะให้ทุกคนมารักติ๊กมันเป็นไปไม่ได้ ในตัวติ๊ก ติ๊กไม่เคยว่าตัวเองจะเป็นคนดี ไม่มีใครที่จะดี หรือไม่มีใครที่จะถูก แต่สิ่งที่กังวลก็คือ กังวลเรื่องกระแสข้างนอกมากกว่า คนจะเกลียดเราเยอะหรือเปล่าที่เราเป็นแบบนี้ บางทีเราจะคิดและทำในสิ่งที่ดี แต่คนข้างนอกอาจจะเอาไปคิดในทางที่ไม่ดีได้ แต่ติ๊กก็ไ่้ม่คิดว่าคนที่ว่าเราจะไม่ดี ไม่มีใครดีหมด มันต้องมีดีและไม่ดีบ้าง ตัวติ๊กเองก็ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนดีทั้งหมด ส่วนที่ดีก็มี ถ้าย้อนกลับเวลาได้ มันก็มีบางอย่างที่เราไม่น่าทำเลย ตอนที่เข้ามาอยู่้มาถึงตอนนี้แล้วมองย้อนกลับไป สิ่งที่ผ่านมาทำให้ติ๊กมีความสุข และที่ติ๊กกลัวเรื่องกระแสข้างนอกที่มองเราว่าไม่ดี ทำไมต้องเ็้ป็นแบบนี้ ตอนนี้คิดว่ากระแสติ๊กเองข้างนอกไม่ดีแน่ๆ แต่ถ้าติ๊กได้ดินออกไป ถ้าข่าวข้างนอกไม่ดี ติ๊กยอมรับได้ ติ๊กจะมีความสุข

(บอมบ์เบย์ถาม : ที่ติ๊กเล่นๆ กับบู แ้ล้วคิดว่ากระแสข้างนอกเป็นอย่างไร)
ตอนแรกติ๊กคิดว่าเป็นกระแสไม่ดี แต่ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน แต่อะไรที่ติ๊กทำ ติ๊กยอมรับ แม้ว่าทุกคนจะบอกว่าดีหรือไม่ดี และติ๊กก็ไม่ว่าด้วย ไม่อะไรก็ตาม ไม่ติกับคนว่าด้วย และยอมรับอย่างภาคภูมิ ถ้ามีข้อเสียที่ตัวเองไม่ได้ทำ ติ๊กคิดว่า ทุกคนมองข้อเสียได้หลายอย่าง ติ๊กจะสบายใจ ติ๊กก็ไม่ว่าอะไร (ออกไปจะแก้ข่าวไหม) ติ๊กว่าจะไม่ขอแก้ข่าว แล้วแต่ใครจะมองอย่างไร

บู : วันแรกที่เข้ามาในบ้าน ก็เหมือนเรายังไม่รู้จักกันดี บู ก็เป็นตัว บู แต่ว่ามีเก๊ก บูไม่เคยปลอมตัวเป็นคนอื่นจนกระทั่งสนิทกับทุกคนจะเริ่มรั่ว มาถึงจุดนี้ บู รู้สึกว่า บูสนิทกับทุกคน ตอนนี้ทุกคนมองเราอยู่ รู้สึกว่า สนิทกับทุกคนในบ้านและคนทั้งประเทศ เพราะช่วงนี้ได้แสดงออกได้หมด เพราะไม่อายใครแล้ว พอกลับมาจากสวีเดน รู้สึกว่าเมืองไทยเป็นบ้าน เป็นครั้งแรกที่มาจากอเมริกา ไม่เคยคิดว่าที่เป็นบ้าน แต่พอมาจากสวีเดน พอเครื่องบินลงมันสดชื่น เป็นครั้งแรกที่มองว่าประเทศไทยเป็นบ้าน อยู่ที่นู่นอาจจะเห็นบูรั่วๆ ตอนนี้ไม่ได้ปิดบังอะไรตนเอง ทุกคนที่บ้านรู้ สนิทกับทุกคนทั่วประเทศแล้ว ทุกคนคิดยังงัยกับบู ก็เรื่องของเค้า ที่อยากจะเคลียร์ ก็เรื่องเสนอชื่อ ทุกคนในบ้านนี้บูไม่ได้ห่วงใครหรอก คิดว่าทุกคนเข้าใจเรื่องบูเรื่องเสนอชื่อ อยากเคลียร์กับทางบ้านว่าประโยคที่บูพูดไป พูดไปแค่หนึ่งในกลุ่มนี้ เป็น The Winner บูก็พอใจ แต่ความหมายมันผิดไป ทุกคนในบ้านน่าจะเข้าใจ ตั้งแต่วันแรกเราลุยทุกอย่างมาด้วยกัน เจออะไรมาด้วยกัน พอนั่งกัน 3 คนมันก็เลยเป็น 3 คน แต่บูหมายถึง 8 คน คนทางบเ้านอาจจะไม่เห็นตรงตามที่เราคุยกันในบ้าน บูว่าแยากจะเคลียร์กับเรื่องนี้ ถ้าได้ออกไปข้างนอก เจอสิ่งที่ไม่ได้ทำ คงจะไม่สบายใจ แต่ว่าบูจะไม่สนใจ แค่บูรู้ว่า เพื่อนรู้ ครอบครัวรู้ ก็พอใจ คนอื่นไม่สน แค่ให้ครอบครัวรู้ความจริงแค่นั้นพอ

ปุ๋ย : ตั้งแต่เข้ามาก็ร้องไห้ตลอด อยากให้เข้าใจว่า อยู่ข้างนอกไม่ได้อ่อนแอมากขนาดนั้น ปรับตัวเองเยอะมากในเรื่องการงาน แต่ว่านิสัยส่วนตัวไม่ได้ปรับเลย ปุ๋ยเครียดตลอดเวลา และก็ปรับได้ ไม่อยากให้ใครมองว่า ทำไมปุ๋ยร้องไห้กระจองงอแง ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าปุ๋ยเป็นหุ่นยนต์ ปุ๋ยทำทุกอย่างในนี้ตลอด ทำซ้ำเดิมและทำอย่างตั้งใจ และมาอยู่ที่นี่เพื่อเรียนรู้ชีวิต ไม่อยากให้ใครมองปุ๋ยว่าเก่ง ปุ๋ยเป็นคนอ่อนแอในเรื่องความคิดและจิตใจเป็นอย่างมาก ปุ๋ยอยากเป็นใครสักคนที่มีคนดูแล (น้ำเสียงสั่นเครือ) ตอนนี้แคร์คนในบ้านมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคุณย่า แม่ ตอนที่กลับบ้าน แม่ไม่เคยให้ใส่เสื้อกล้าม เพราะกลัวว่าดูไม่เรียบร้อย แต่อยู่ที่นี่ปุ๋ยใส่ เพราะอยู่ข้างนอก ปุ๋ยแคร์ที่บ้านมากๆ ว่าปุ๋ยกลัวว่าแม่จะร้องไห้และแม่จะเ็้ป็นห่วง อีกอย่างกลัวว่าจะเป็นข่าวกับพี่โอ้ ถ้าปุ๋ยสนใจใครง่ายๆ ก็คงไม่อยู่ถึงป่านนี้ แค่ที่บ้านของปุ๋ย จะเห็นแค่น้องปุ๋ย ที่ไปรำต่างประเทศเพื่อไปโปรโมตวัฒนธรรม ที่บ้านปุ๋ยเห็นตัวตนปุ๋ยพร้อมๆ กับคนที่อยู่ทางบ้านทั้งประเทศ อยากให้ทางบ้านไม่ต้องเป็นห่วง คงจะรู้สึกเศร้าถ้าได้รู้ข้อดีข้อเสียของตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าปุ๋ยแคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง ปุ๋ยแคร์คนที่บ้าน แล้วข่าวกับพี่โอ้ ไม่อยากให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วง ห่วงย่า แต่ยังไม่อยากกลับ กลัวว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะเข้าใจผิดว่าสิ่งที่ตัวเองรำมันจะผิดเพื้ยนไป มันเป็นการรำแบบประยุกต์ ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าตัวเองเก่ง อยากใ้ห้มองเป็นคนธรรมดาแค่เป็นคนที่มีความพยายามและตั้งใจ ไม่อยากให้ที่บ้านร้องไ้ห้ด้วยความเป็นห่วง

บอมบ์เบย์ : อยากจะพูดอย่างแรกในเรื่องทีู่บูโดนเสนอชื่อ ไม่ได้มีเจตนาล็อบบี้ จะให้สาบานก็ได้ เรา้เหมือนอยู่ในสระแล้วมีปลา 3 ตัว แล้วเผอิญว่าเราจับกลุ่มกัน หากบูโดนเสนอชื่อก็น่าจะมีชื่อบอมบ์เบย์ด้วย และอยู่ที่บ้านหลังนี้ไม่เคยคิดจะล๊อบบี้ใคร ไม่เคยมีความคิดชั่วๆ ที่จะล๊อบบี้ เรื่องที่ 2 ข่าวเกย์ ที่เราไปเล่นกับอานท่อน แล้วเราก็เปิดประเด็นเอง เราลืมไปว่าเราอยู่หน้าสื่อ และวันหนึ่งได้มีโอกาสได้ยินมาว่าตัวเองเป็นเกย์ ในส่วนของตัวเองใครจะพูดอย่างไรไม่สนใจ เราเป็นเด็กบ้านนอกที่เข้ามา มีความหวังว่าอยากเข้าวงการบันเทิง ลาออกจากครู ทำให้พ่อแม่เสียใจ เราไม่อยากใ้ห้คำพูดเรามาสะดุดเรื่องการงาน ถ้าเกิดเราเป็นเกย์ เราจะยอมรับไหม เรายอมรับ การเป็นเกย์ไม่เสียหาย เพียงแค่เปลี่ยนความรักจาก ชาย หญิง เป็น ชาย ชาย การเป็นเกย์ต่างกันแค่รสนืยมทางเพศ แค่เรื่องบนเตียง และทุกอย่างไ่ม่ต่างกันเลย สิ่งที่เป็นห่วงคือการล้อเล่นเรื่องเกยเอามาล้อกัน มันน่าตลก คนเราจะห่วงตนเอง คนที่สองคือพอกับแม่ ไม่มีใครหรอกที่ลูกตัวเองโดนโจมตี ไม่ดีในสายตาคน เพราะสื่อมีความแรง บังคับไปทิศทางไหนก็ได้ เราจะไปรู้สึกอะไรถ้าเพื่อล้อเราไม่ควรรู้สึกตาม เหมือนกับเอาขี้กับพระมาให้ เราจะเอาขี้มาป้ายตัวเองทำไม เอาพระมาไม่ดีกว่าหรอ เอามาบูชา ความจริงก็คือความจริง ถ้าเกิดได้ออกนอกบ้านไป นักข่าวถามว่าเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ผมไม่ตอบดีกว่า วันนี้ผมเป็นคนของประชาชน บอกไปว่าเราไม่เป็้นเกย์ แล้วเราไปนอนกับผู้ชาย ก็คือการโกหก ใครพูดอะไรก็พูดได้ อยากให้ทุกคนเฝ้ามองเค้าหากสงสัย คำพูดคนเราพูดอะไรให้ดีได้ แต่การกระทำเป็นอีกอย่าง ไม่ต่างอะไรกับการถ่มน้ำลายลงพื้น ก็จะบอกว่าพอมาถึงวันนี้มีความสบายใจมากกว่า ตอนนี้มีความสบายใจมากกว่า มีคำว่าอภัย มีคำว่าความดี คนเรากินเกลือไปว่ามันเค็ม และไม่น่าเชื่อว่าตัวเองสั่นสะเทือน เพราะอะไรสักอย่าง เป็นเพราะเราไม่มีสติ สั่นสะเทือนประมาณ 2 วัน และไม่รู้สึกอีกเลย ตอนไปรับข่าวข้างนอกมา เราได้เตรียมใจได้เลยหากเราออกจากบ้านมา อยากจะเลือกคนที่รักเรามากกว่า และจะพยายามมองโลกในแง่ดี มองทุกคนเป็นเพื่อน ไม่เคยเก็บเอามาใส่ใจ จากวันนี้จนถึงวันสุดท้าย ทำตัวเองให้มีความสุข และอยากจะขอโทษ BB ทั่วประเทศในสิ่งที่ไม่ดี เพราะบางครั้งอาจจะควบคุมไม่ได้

โอ้ : ตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านวันแรก รู้สึกว่าทุกคนน่ารัก และอยากให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ใช่คนหน้าหม้อ ชอบเล่นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะเป็นคนกลางคืนก็จะมีเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเพื่อนผู้ชาย สิ่งที่กลัว คือคนอาจจะคิดว่าหน้าตาอย่างกะขุมโจรแต่่ว่าร้องไห้พร่ำเพรีอ เป็นคนที่ชอบแกล้ง แต่ว่าพูดน้อยต่อยหนัก ไม่โกรธเวลาใครแกล้ง แต่ว่า 10 ปีไม่สาย เค้าอาจจะลืมไปแล้วว่าเราล้างแค้น อยู่ที่นี่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด แต่ว่าบางอย่างอยู่ที่นี่เปิดให้ทุกคนไม่หมด อย่างโอ้เป็นคนลามก อยู่ข้างนอกมองตัวเองยังทุเรศเลย บางอย่างก็พูดไม่ได้ ทุกคนน่าจะรู้ดีตั้งแต่เริ่มอยู่ในบ้าน ประมาณ 2 เดือน พฤติกรรมมันเริ่มละลายแล้ว เมื่อได้รับรู้ข้อเสียที่คิดว่าไม่จริง คิดว่าไม่มี เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด สำหรับการออกนอกบ้านแคร์พ่อแม่มากที่สุด แล้วเป็นห่วงเรื่องแฟน กับปุ๋ยคิดว่าเค้าน่าจะตัดสินใจถูก เราเป็นตัวเองอย่างนี้มานาน ออกไปก็คงไม่รู้สึกว่าเราเปลี่ยนไปหรอก อยู่ข้างนอกอาจจะวิถีกับในนี้ เลิกเหล้า บุหรี่ไม่ได้ แต่ลดลงได้ ยอมรับว่าทุกข่าวที่เข้ามา ไม่แคร์อะไร แคร์พ่อ-แม่มากกว่า ไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน

นก : ตอนแรกที่เข้ามายอมรับว่ากังวล เพราะว่าคนที่ทำงานไม่รู้ว่าเราเป็นอย่างนี้ กลัวเรื่องรักโปรโมท กับโอ๊ด กลัวว่าจะกระทบกับการงาน อยู่ที่นี่ไม่แคร์เรื่องกล้อง ไม่สนใจเลยด้วย ทุกอย่างที่ทำลงไปทั้งข้างนอกและข้างใน นกไม่ได้ปรับตัวเลย ฉันไม่ได้สนใจว่าที่นี่มีกล้องหรือไม่ กลัวเสียภาพพจน์ทันตแพทย์ แต่ตอนนี้ขอถอดหน้ากากทันตแพทย์ทิ้ง และเป็นตัวของตัวเอง กังวลว่า จะกลับไปทำงานไม่ได้ เรื่องที่กลัว คือเป็นคนลุกนั่งไม่ระวัง แต่ตอนนี้เซฟโดยการใส่กางเกงขาสั้นแล้วใส่กระโปรงตาม กลัวว่าใครต่อใครจะไม่เข้าใจแล้วมีผลกระทบต่อการงาน นกคิดว่าทำไปแล้ว ย้อนเวลากลับเวลาไม่ได้ ก็เข้าบ้านมาเอง อยู่ข้างนอกนอนทั้งวัน ข้างในก็นอนทั้งวัน เข้ามาอยู่บ้านบ้านต้องปรับตัว แต่ฉันจะแหกกฏ เพราะว่าเกมนี้เป็นเกมที่ต้องเข้ากับคนอื่นให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ปรับ ฉันจะทำอะไรก็ทำ ไม่ทำอะไรก็ไม่ทำ ถ้าออกไปกลัวเรื่องรักโปรโมท ถามว่าทำอะไรไปแล้วไำม่จริง จะถามตัวเองก่อนว่าเราได้ทำไหม เราต้องคิดได้ในสิ่งที่เราทำ ถ้าเราทำมันก็จริง และจ๋อย ทุกคนก็ไม่อยากทำอะไรที่ไม่ดี แต่ถ้าทำได้ก็ปรับปรุง จะมาพูดว่าเธอแต่งตัวไม่เรียบร้อย ก็จะบอกว่ามันอึดอัดและไม่แคร์ มีเรื่องเดียวที่ทางบ้านเครียด คือเรื่องชู้สาว ไม่เคยเอาผู้ชายมาที่บ้านเลย แต่ตอนนี้ก็คิดว่าช่างเหอะ ไม่ชอบคนที่ทำอะไรต่อหน้ากับพ่อแม่อีกอย่าง แล้วลับหลังอีกอย่าง ไม่เอาหรอก ตี 2 หน้ากับพ่อแม่ แล้วกับคนอื่นจะเหลืออะไร ที่พ่อพูดว่าทำไมไม่รู้จักเก็บอารมณ์บ้าง จุดนี้จะเอาไปพิจารณาถ้าจะทำได้ก็จะทำ จะพยายามทำอะไรไม่ให้มาด่าพ่อแม่เรา ถ้าจะด่ามาด่าที่ตัวฉันเอง ทุกอย่างพ่อแม่สอน แต่คนเรามีปริมาณในการรับคำสอน เพราะคนบางคนมีความคิดตัวเองสูง มันก็เท่านั้น และถ้ามีคนมาสัมภาษณ์ก็จะตอบตามจริง ถ้าคุณเห็นฉันอย่างไรในทีวี ก็เป็นแบบนั้น มีบางคนที่มีภาพลักษณ์สวยงาม แต่ว่าภาพหลังเน่าเฟะมันน่าอายมากกว่า ใครอยากถามอะไร ถามได้เลย การพูดความจริงมันพูดง่ายกว่าการโกหก




 
   

 

Copyright © Kantana Group Public Co.,Ltd. All Right Reserved.

โอ้ โอ้ หวาน บู นุ้ย โอ๊ต ติ๊ก บอมบ์ นก เจฟ อุ้ม เบิร์ธเดย์ ออย โจ ปุ๋ย